2020-02-24 13:25:03


เท้าบวม (Swollen Feet) คือ อาการบวมที่เกิดขึ้นตั้งแต่บริเวณเท้าไปจนถึงข้อเท้า อาการนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุมีทั้งรุนแรงและไม่รุนแรง แต่ถือเป็นสัญญาณที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพ เท้าบวมสามารถรักษาให้ทุเลาลงได้ โดยแพทย์จะรักษาตามสาเหตุ

อาการเท้าบวม อาการจะรุนแรงหรือไม่ขึ้นอยู่กับสาเหตุ โดยอาการทั่วไปที่มักพบในผู้ที่มีข้อเท้าหรือเท้าบวม ได้แก่

แม้อาการเท้าบวมอาจไม่อันตรายแต่ควรสังเกตอาการอื่น ๆ ด้วย หากผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยง หรือมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ หากมีอาการเจ็บ หรือแน่นที่หน้าอกผิดปกติ วิงเวียนศีรษะ มึนงง รู้สึกเหมือนจะเป็นลม และมีปัญหาในการหายใจ คือหายใจถี่ หรือหายใจลำบาก ควรรีบไปโรงพยาบาลในทันที เพราะหากปล่อยไว้อาการอาจยิ่งรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุของเท้าบวม

เท้าบวมเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยอาจเกิดจากสาเหตุที่บริเวณข้อเท้าหรือเท้าโดยตรง หรืออาจเกิดขึ้นจากความผิดปกติของร่างกาย  ที่พบบ่อยได้แก่

อาการบาดเจ็บที่เท้าหรือข้อเท้า อาการบวมที่เกิดจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือ อาการเท้าบวมและข้อเท้าบวมที่เกิดจากข้อเท้าแพลงจากอุบัติเหตุ หรือการสะดุดล้ม ทำให้เส้นเอ็นบริเวณข้อเท้ายืดมากผิดปกติ โดยส่วนใหญ่แล้วหากหยุดพักการใช้ข้อเท้าหรือเท้าข้างที่บาดเจ็บ และประคบเย็นในระยะแรก รวมถึงพันผ้าเพื่อลดการเคลื่อนไหวของข้อเท้าจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ แต่ถ้าอาการไม่ทุเลาลง หรืออาการเจ็บปวดค่อนข้างรุนแรง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด

หลอดเลือดดำบกพร่อง (Venous Insufficiency) โดยปกติแล้วหลอดเลือดดำจะมีการไหลเวียนของเลือดขึ้นไปที่หัวใจในลักษณะไหลเวียนไปในทางเดียวและมีลิ้นที่คอยกั้นไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ แต่หากลิ้นดังกล่าวเสียหาย จะทำให้หลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ และเลือดไหลย้อนกลับไปคั่งที่บริเวณเท้าและขา เลือดไม่เพียงพอที่จะไหลเวียนไปที่หัวใจ จนเกิดอาการบวมที่เท้าในที่สุด

การติดเชื้อ อาการเท้าบวมและข้อเท้าบวมอาจเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มีอาการลุกลามไปยังเส้นประสาทส่วนปลายบริเวณเท้า จนเป็นแผลได้ง่าย อีกทั้งแผลที่เกิดอาจลุกลามได้ง่ายกว่าคนทั่วไป จนก่อให้เกิดอาการบวมอักเสบที่เท้า และอาจทวีความรุนแรงขึ้น

ลิ่มเลือดอุดตัน หากเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำที่บริเวณขา ก็อาจทำให้เกิดอาการเท้าบวมได้ ซึ่งภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดดำมีทั้งชนิดรุนแรง และไม่รุนแรง โดยความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดลิ่มเลือดอุดตันว่าลึกมากหรือไม่ ทั้งนี้หากไม่รีบรักษา ลิ่มเลือดอาจหลุดเขาไปที่ปอด ซึ่งเป็นอันตรายได้

ภาวะบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) เป็นอาการที่เกิดจากการคั่งของน้ำเหลืองบริเวณใต้ผิวหนัง อันมีสาเหตุมาจากการไหลเวียนของน้ำเหลืองโดนขัดขวาง จนทำให้เกิดอาการบวมที่บริเวณเท้า และข้อเท้าจนผิดปกติ หากไม่รักษาจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ภาวะนี้หากเกิดจากโรคมะเร็งสามารถรักษาได้ด้วยการฉายรังสี หรือการผ่าตัดเพื่อนำต่อมน้ำเหลืองออก ดังนั้น หากมีอาการเท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

โรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคตับ หรือโรคไต เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการบวมที่เท้าได้ โดยอาการบวมจากสาเหตุนี้เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดน้ำและเกลือออกจากร่างกายได้หมด และเมื่อร่างกายมีของเหลวส่วนเกินสะสมอยู่มากเกินไป แรงโน้มถ่วงจะดึงให้น้ำส่วนเกินลงมาอยู่ที่เท้า จนทำให้ข้อเท้า และเท้าบวมได้

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา มียาจำนวนไม่น้อยที่มีผลข้างเคียงทำให้ข้อเท้าและเท้าบวม ได้แก่

ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ อาการเท้าบวม และข้อเท้าบวมมักพบได้โดยทั่วไปในสตรีที่ตั้งครรภ์ แต่หากอาการบวมเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน หรือค่อนข้างรุนแรง อาจมีสาเหตุเกิดจากภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) ได้ ภาวะดังกล่าวจะก่อให้เกิดความดันโลหิตสูงและมีโปรตีนรั่วไหลในปัสสาวะในช่วงหลังจากอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ ทั้งนี้ หากผู้ป่วยพบอาการบวมที่ผิดปกติร่วมกับอาการปวดท้อง ปวดศีรษะ ปัสสาวะบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน การมองเห็นผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที เพื่อความปลอดภัย

การวินิจฉัยอาการเท้าบวม

ในเบื้องต้นผู้ป่วยสามารถสังเกตเห็นอาการบวมของเท้าได้ด้วยตนเอง หากไม่รุนแรงมากนักก็อาจไม่ต้องไปพบแพทย์ แต่ถ้ามีอาการบวมมาก หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยควรรีบไปพบแพทย์ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่เป็นอันตรายได้

เมื่อเข้ารับการตรวจ แพทย์จะตรวจร่างกายภายนอก และซักประวัติเกี่ยวกับอาการที่เป็นว่ามีอาการบวมที่ใด และรู้สึกบวมมากที่สุดช่วงเวลาไหนของวัน หากมีอาการอื่น ๆ ด้วย แพทย์จะซักถามถึงอาการเหล่านั้น และความเสี่ยงสุขภาพบางอย่างที่อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการบวมได้ จากนั้นจะอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ว่าจะสั่งตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติมหรือไม่ หากต้องตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม แพทย์อาจใช้วิธีดังต่อไปนี้

ทั้งนี้หากแพทย์พบสาเหตุของอาการเท้าบวมแล้วปรากฏว่าอาการนั้นเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพอื่น ๆ แพทย์จะวางแผนรักษาต่อไปโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันอาการอื่น ๆ ที่อาจตามมาและเป็นอันตรายในภายหลัง

การรักษาอาการเท้าบวม

โดยทั่วไปแล้วหากอาการเท้าบวมเกิดขึ้นจากกิจกรรมในชีวิตประจำหรือการบาดเจ็บเล็กน้อย อาจไม่ต้องรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ แต่ให้ผู้ป่วยดูแลรักษาอาการด้วยตนเองที่บ้าน ซึ่งวิธีที่ช่วยลดอาการบวมของเท้าได้ มีดังต่อไปนี้

 

แต่หากอาการบวมเกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ แพทย์จะเริ่มต้นรักษาที่ต้นเหตุก่อนเป็นอันดับแรก โดยวิธีหนึ่งที่ช่วยลดอาการบวมของเท้าซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดน้ำและเกลือออกจากร่างกายได้คือ การใช้ยาขับปัสสาวะ ซึ่งใชัภายใต้คำสั่งแพทย์เท่านั้น

ขณะที่ผู้ป่วยเท้าบวมอันเนื่องมากจากการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งจ่ายยาเพื่อเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียในการใช้ยาดังกล่าวกับการรักษาอาการเจ็บป่วย หากยาดังกล่าวก่อให้เกิดอาการบวมอย่างรุนแรง แพทย์อาจสั่งหยุดยา ปรับเปลี่ยนขนาดยา หรือเปลี่ยนยาเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยมากที่สุด

ภาวะแทรกซ้อนเท้าบวม

เท้าบวมและข้อเท้าบวมอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เป็น เท้าบวมอาจส่งผลให้เกิดอาการเจ็บ เดินและวิ่งได้ไม่สะดวกชั่วคราว

หากอาการบวมนี้เรื้อรังจนทำให้ผิวหนังบริเวณที่บวมเปลี่ยนสี หรือมีแผลเปื่อยร่วมด้วย ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ หากไม่ได้รับการรักษาเพื่อบรรเทาอาการ อาจทำให้เป็นฝี มีภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ เนื้อตาย และอาจรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

การป้องกันเท้าบวม

เท้าบวมไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดอาการเท้าบวมได้บ้างด้วยวิธีดังต่อไปนี้





ติดต่อเรา

CARE STEP
225 หมู่ 3 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท 17110
โทรศัพท์ 0641837136
อีเมล์ carestep2016@gmail.com


ติดตาม

facebook line instagram instagram

บริการจัดส่ง

thaipost kerry flalh

วิธีการชำระเงิน

visa mastercard
Scroll To Top